“เจ้ามูมู่ปอมน้อย ถึงคราวที่ต้องต่อสู้กับไวรัสตัวร้าย ศัตรูตัวฉกาจของลูกสุนัข”

“เจ้ามูมู่ปอมน้อย ถึงคราวที่ต้องต่อสู้กับไวรัสตัวร้าย ศัตรูตัวฉกาจของลูกสุนัข”

ประวัติ และข้อมูลสัตว์ป่วย

ปอมเมอร์เรเนียนตัวจิ๋ว ชื่อ มูมู่ อายุ 2 เดือน เพศเมีย มาด้วยอาการอาเจียนหลายครั้ง และถ่ายเหลว จากการซักประวัติพบว่าก่อนหน้านี้ยังทานอาหารได้ปกติ ร่าเริงดี มีวันนี้ที่สุนัขมีอาการอาเจียน และซึมลงมาก ซึ่งก่อนจะแสดงอาการ น้องได้รับการผ่าตัดกระดูกขาหลัง  นอกจากนี้ สุนัขเพิ่งทำวัคซีนมาได้เพียงเข็มเดียวเท่านั้น

การตรวจร่างกายและการวินิจฉัย

จากการตรวจร่างกายพบว่าน้องมูมู่มีอาการซึม อาเจียน ถ่ายเหลวมีกลิ่นเหม็นคาวปริมาณเยอะ และเริ่มจะมีภาวะอ่อนแรงลง เนื่องจากขาดน้ำ สัตวแพทย์จึงตรวจอุจจาระโดยการส่องกล้องพบว่า มีการติดเชื้อกลุ่มแบคทีเรียแต่ปริมาณไม่มาก ไม่พบไข่พยาธิ จากประวัติวัคซีนที่ยังได้รับไม่ครบ จึงพิจารณาตรวจหาเชื้อโรคไวรัสลำไส้อักเสบโดยใช้ชุดตรวจเฉพาะโรค ซึ่งผลการตรวจพบว่าน้องมูมู่มีการติดเชื้อไวรัสลำไส้อักเสบ (Parvovirus) ผลเลือดยังภาวะเลือดจางร่วมด้วย ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากการผ่าตัดกระดูกก่อนหน้านี้ หรือเป็นภาวะที่พบได้ในลูกสุนัขเนื่องจากไขกระดูกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ และมีการติดเชื้อไวรัสแทรกซ้อนเข้ามา

การรักษา

สัตวแพทย์ให้การรักษาโดยการให้สารน้ำเข้าทางหลอดเลือดอย่างเร่งด่วน พิจารณาฉีดยาลดอาเจียน ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียกแทรกซ้อน ให้กลูโคสและแร่ธาตุอื่น ๆ เข้าเส้นเลือดเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งการรักษาโรคติดเชื้อไวรัสนั้น จะไม่มีการรักษา หรือใช้ยาฆ่าไวรัสแบบจำเพาะ เป็นการรักษาประคับประคองอาการ ป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน เนื่องจากไวรัสชนิดนี้มีผลกดภูมิต้านทานของร่างกาย และมีการให้ยาต่าง ๆ ตามอาการที่พบ เช่น ยาลดอาเจียน ยาลดไข้ ยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน  

หลังจากให้การรักษาอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาล 5 วัน น้องมูมู่ก็มีอาการดีขึ้น กินอาหารได้ดี โดยไม่มีอาเจียน ขับถ่ายได้ปกติ ร่าเริงดีมากจนเหมือนสุนัขไม่ป่วยเลยทีเดียว  ในส่วนของแผลผ่าตัดกระดูกก็หายปกติดีเช่นกัน

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม

ในลูกสุนัขที่เพิ่งได้รับมาเลี้ยงใหม่ หรือยังมีการทำวัคซีนไม่ครบ จะต้องมีการจำกัดบริเวณ ให้อยู่ในบ้านหรือสถานที่เลี้ยงที่ไม่พบกับสุนัขตัวอื่น ๆ เนื่องจากภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์ มีโอกาสเสี่ยงจะติดเชื้อจากสุนัขตัวอื่นได้ง่าย

การทำวัคซีนในลูกสุนัขจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยป้องกันโรคติดเชื้อต่าง ๆ  ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด คือ ช่วงที่ลูกสุนัขมีระดับภูมิคุ้มกันจากแม่ลดต่ำลงจนระดับภูมิคุ้มกันเดิมในร่างกายไม่สามารถไปรบกวนการทำงานของวัคซีนได้ ภูมิคุ้มกันจากแม่จะป้องกันโรคได้เพียงประมาณ 6-8  สัปดาห์ หลังจากนั้นระดับภูมิคุ้มกันจะค่อยๆ ลดต่ำลง ซึ่งลูกสุนัขอาจได้รับเชื้อ แต่ถ้าฉีดวัคซีนเร็วเกินไประดับภูมิคุ้มกันที่ยังมีอยู่ในลูกสุนัขจะต้านกับเชื้อในวัคซีนและไม่เกิดภูมิคุ้มกันขึ้น จึงควรให้ลูกสุนัขได้รับการฉีดวัคซีนเมื่ออายุประมาณ 6-8 สัปดาห์ จะเหมาะสมที่สุด และควรได้รับการกระตุ้นวัคซีนตามโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีระดับภูมิคุ้มกันอย่างเพียงพอที่จะป้องกันโรคร้ายจากสุนัขตัวอื่นได้

Powered by MakeWebEasy.com