น้องขนมตาล ตาบอดทั้งสองข้าง

1789 จำนวนผู้เข้าชม  | 

น้องขนมตาล ตาบอดทั้งสองข้าง

น้องแมวขนมตาลมาตรวจที่โรงพยาบาลสัตว์ iVET ด้วยอาการสงสัยว่าตาบอด ก่อนหน้านี้รักษาอยู่ที่คลินิกแห่งหนึ่งด้วยอาการปากเจ็บ ซึม กินน้อย เจ้าของเลี้ยงขนมตาลแบบปล่อย ในบ้านมีแมวที่เลี้ยงรวมกันจำนวนหลายตัว โดยเป็นแมวที่อุปการะมา เมื่อมาพบคุณหมอเวรที่รพส. iVET อาการของน้องไม่สู้ดีนัก คุณหมอจึงได้ให้ฝากรักษาเป็นสัตว์ป่วยใน และรอตรวจกับคลินิกโรคตา

จากการตรวจตา พบว่าขนมตาลตาบอดทั้งสองข้าง ความดันตาต่ำกว่าปกติ มีเลือดออกบนจอประสาทตา บ่งบอกถึงอาการจอประสาทตาอักเสบ และมีจอประสาทตาล้มร่วมด้วย ทั้งหมดนี้ทำให้ขนมตาลตาบอด ประเมินผลการตรวจจากคลินิกโรคตา และคุณหมออายุรกรรม สาเหตุของอาการตาบอดของขนมตาล มีโอกาสที่อาจเกิดจากโรคติดเชื้อไวรัส ไม่ว่าจะเป็นเอดส์แมว ลิวคีเมีย หรือโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ นอกจากนี้คุณหมออายุรกรรมเวรสัตว์ป่วยในได้เจาะเก็บน้ำในช่องท้องของขนมตาลที่มีการตรวจเจอเพิ่มในระหว่างฝากรักษาเพื่อส่งตัวอย่างตรวจวินิจฉัยกับห้องปฏิบัติการณ์เพิ่มเติม เพื่อยืนยันโรคที่สงสัย เพียง 4 วันหลังจากเริ่มรักษาที่รพส. iVET ด้วยอาการป่วยที่มากขึ้น และสาหัสมากขึ้นในทุกวัน สุดท้ายน้องขนมตาลก็ได้จากไปอย่างสงบ ตามความประสงค์ของเจ้าของ

อาการตาบอดเนื่องจากจอประสาทตาอักเสบ (Chorioretinitis) จอประสาทตาล้ม (Retinal detachment) และยูเวียอักเสบ (Uveitis) เป็นอาการหนึ่งที่เจอได้ ในโรคติดเชื้อที่เกิดจากไวรัสในแมว ไม่ว่าจะเป็นโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Feline Infectious Peritonitis; FIP) โรคเอดส์แมว (Feline Immunodeficiency Virus ; FIV) หรือโรคลิวคีเมีย (Feline Leukemis Virus ; FeLV) การอักเสบที่เกิดขึ้นบนเส้นเลือดของจอประสาทตา และจอประสาทตา จะทำให้มีเลือดออก เกิดการอักเสบ และมีจอประสาทตาล้มตามมา และทำให้ตาบอดในที่สุดเมื่ออาการรุนแรงขึ้น ที่สำคัญไปกว่านั้น โรคติดเชื้อเหล่านี้ไม่เพียงทำให้ตาอักเสบ หรือตาบอด แต่อาการที่เกิดขึ้นกับทั้งระบบร่างกาย อาจส่งผลให้อาการของแมวแย่ลงจนถึงแก่ชีวิตได้ 

ในปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่ได้ผล หรือสำเร็จ และไม่มีวัคซีนที่ป้องกันได้ 100% สำหรับโรคที่ได้กล่าวไปข้างต้น แม้จะเป็นวิธีที่มีรายงานการศึกษามากขึ้น หรือมียาหลายชนิดที่เป็นทางเลือกมากขึ้น แต่ก็อาจหมายถึงความเสี่ยงที่ไม่อาจควบคุมได้ หรือราคาค่ารักษาที่อาจไม่ได้จับต้องได้สำหรับเจ้าของแมวทุกคน ปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่ยังเป็นเรื่องสำคัญคือ การเลี้ยงแมวอย่างหนาแน่น เลี้ยงแมวที่มีที่มาที่ไม่ชัดเจน เป็นแมวเก็บมา หรือเลี้ยงแมวในระบบเปิด เหล่านี้เป็นสิ่งที่เจ้าของแมวจะต้องพิจารณา เนื่องจากเป็นจุดที่ทำให้แมวได้รับเชื้อไวรัส และมีการกระจายติดต่อของไวรัสไปยังแมวตัวอื่นๆในบ้านได้ นำมาซึ่งการสูญเสีย เมื่อเกิดการแสดงอาการของโรคขึ้น สำหรับเจ้าของที่เลี้ยงแมวย่อมเข้าใจถึงความรุนแรงถึงโรคที่กล่าวไปได้ดี การเลี้ยงแมวอย่างถูกวิธี หมั่นสังเกตอาการ ดูแลอย่างใกล้ชิด ป้องกันโรคต่างๆตามโปรแกรม รวมไปถึงนำน้องๆมาพบสัตวแพทย์อย่างสม่ำเสมอ หรือทันทีที่มีอาการป่วยผิดปกติ ก็จะสามารถป้องกัน และลดการสูญเสียที่กล่าวมาได้ครับ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้