แผลที่ริมฝีปากแมว อาจจะไม่ใช่แค่แผลธรรมดาก็ได้

3990 จำนวนผู้เข้าชม  | 

แผลที่ริมฝีปากแมว อาจจะไม่ใช่แค่แผลธรรมดาก็ได้

 คุณหมออายุรกรรมได้ทำการตรวจและจ่ายยาเบื้องต้นโดยให้ ได้แก่ ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้แพ้ และสเปรย์พ่นทำความสะอาดแผลช่องปากไป 1 สัปดาห์ หลังจากนัดมาตรวจซ้ำพบว่าแผลยังไม่ดีขึ้น มีลักษณะที่เห่อหนาและแดงกว่าเดิม คุณหมออายุรกรรมสงสัยว่าอาจจะไม่ใช่แค่แผลริมฝีปากธรรมดา จึงทำการส่งมาตรวจวินิจฉัยต่อที่คลินิกโรคแมว เพื่อหาสาเหตุของโรค

 





เมื่อโทโทโร่เข้ามาตรวจที่คลินิกโรคแมว พบว่ารอยโรคที่ริมฝีปากบนมีลักษณะเป็นแผลปื้น (ulcerative lesion) หนาตัวและเป็นสีแดง ลักษณะแผลคล้ายๆกับแผลร้อนในเกิดที่บริเวณริมผีปาก จึงทำการวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วยการเก็บเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวและนำเซลล์ที่ได้ไปย้อมสีเพื่อตรวจทางเซลล์วิทยา (cytology) ผลการตรวจพบเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด eosinophil จากตัวอย่างที่เก็บไป ทำให้สงสัยกลุ่มโรคระบบภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งในแมวที่มักจะเกิดในช่องปากและพบเจอได้บ่อย มีชื่อกลุ่มโรคนี้ว่า Eosinophilic Granuloma Complex หรือ Feline Indolent Ulcer


น้องโทโทโร่เริ่มรับการรักษาโดยได้รับยากดภูมิสำหรับโรคนี้ โดยใช้เวลาถึง 4 สัปดาห์หลังจากเริ่มทำการรักษาด้วยยานี้รอยโรคที่ริมฝีปากถึงเริ่มมีขนาดเล็กลงและแดงลดลง ทั้งนี้ระยะเวลาในการรักษาจะแตกต่างกันขึ้นกับระดับความรุนแรงของโรคและการตอบสนองต่อยาในแมวแต่ละตัวด้วย ที่สำคัญคือการป้อนยาต้องต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยอาจจะต้องใช้เวลาในการรักษามากกว่า 8-10 สัปดาห์ และยากดภูมิสำหรับโรคนี้ไม่สามารถหยุดยาได้ทันที จำเป็นต้องค่อยๆลดระดับยาลงเรื่อยๆจนกว่าจะไม่พบรอยโรคกลับมาจึงจะทำการหยุดยาได้


ข้อมูลเพิ่มเติมของโรคนี้

สาเหตของโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีรายงานว่ามีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของภูมิแพ้ (Allergic) และภาวะภูมิไวเกิน (Hypersensitivity Reaction) ดังนั้นแมวที่รักษาหายแล้วจะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีก หรือพบว่าเป็นๆหายๆได้ตลอดอายุขัย หรือในแมวบางตัวมีอาการแย่ลงระหว่างทำการรักษาได้ หากแมวยังได้รับการกระตุ้นจากสารที่ก่อการแพ้อย่างต่อเนื่อง



เรียบเรียงโดย นสพ.ธนกฤต ความสุข คลินิกโรคแมว รพส.ไอเว็ท

Powered by MakeWebEasy.com